joojunhui.com

Home

Resume

News

Vision of LAIISS

Writings

Resources

Women and Politics

Religion and Politics

Political culture of Kore

Essays

Essays-Japanese

Essay1-Malay

Essays-Spanish

Essay1-Thai

essay2

Essay2-Burmese

Essay-2-Japanese

Essay2-Khmer

Essay-2-Lao

Essay-2-Malay

Essay-2-Spanish

Essay-2-Thai

Essay-2-Vietnamese

International Relations

Contact

Articles

csw55

Climate Change and Gender

Environment

East Asia Security

Sustainable Devt

Feminism and IR

Beijing Women's Forum

Religious Nature DPRK

Politics and Religion

Women's Leadership

Christian Politics

Women Politicians

Women's Political Theory

Church & Unification

US Election & Women

UN & Women's Rights

여성국제정치

Women, IR & Power

Political Reform

Japanese Politics

Political Vision in Korea

บันทึกของฉัน

เมื่อฉันอายุได้ 28 ปี พระเยซูทรงเข้ามาในชีวิตของฉันและช่วยฉันไว้ ฉันสิ้นหวังอย่างที่สุด แต่พระองค์ทรงพาฉันออกจากความมืดมาสู่แสงสว่าง ฉันแบกรับปัญหาต่าง ๆ มากเกินไป แต่พระองค์ทรงยกความทุกข์จากบาปทั้งหมดออกจากบ่าของฉัน พระองค์ทรงกำจัดคำสาปทุกอย่างและให้ฉันได้เป็นสุข ตลอด 27 ปีที่ผ่านมา พระองค์ทรงร่วมเดินไปกับฉันเสมอ และทำให้ฉันเห็นสิ่งอัศจรรย์ที่ฉันไม่เคยฝันถึงมาก่อน

 

เมื่อฉันพบพระเยซู ฉันกำลังเขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกอยู่ที่ซูนี บัฟฟาโล แต่ฉันแบกความเจ็บปวดแสนสาหัสอยู่บนบ่า จนไม่สามารถเขียนอะไรได้แม้แต่คำเดียว เมื่อฉันพยายามจะอ่านอะไร ฉันรู้สึกถึงความเจ็บปวดรุนแรงบนบ่าของฉัน ความเจ็บปวดนั้นมีอยู่เสมอ และจะหายไปบ้างเมื่อฉันว่ายน้ำ ออกกำลังกาย เต้น หรือสังสรรค์กับเพื่อน แต่ความเจ็บปวดกลับรุนแรงมากขึ้นเมื่อ ฉันพยายามเขียนวิทยานิพนธ์ ความเจ็บปวดนั้นยิ่งสาหัสเมื่อฉันเห็นแฟนของฉัน มันเป็นเพราะบาปในชีวิตฉัน ฉันมีความคิดผิด ๆ ว่าฉันต้องซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเอง และทำตามใจเรียกร้อง เหมือนกับที่คนหนุ่มสาวมักทำกัน ฉันคบกับแฟนคนหนึ่งอยู่ 2 ปี แต่ทิ้งเขาไปหาผู้ชายอีกคน ไม่นาน ฉันรู้สึกใจสลายและสับสนมาก เมื่ออยู่ตรงกลางระหว่างเขาทั้งคู่ แล้วฉันก็เริ่มไม่ไว้ใจแฟนคนใหม่ ฉันเริ่มทำตัวแปลกไป อย่างขว้างของใส่เขาเวลาทะเลาะกัน ทุกๆ อย่างเกินที่จะควบคุม ฉันไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นใคร ทำไมถึงรู้สึกอย่างที่รู้สึกอยู่ ทำไมถึงทำตัวแปลกไป ทุก ๆ เช้า ฉันจะตื่นขึ้นมาพร้อมความกังวลและกระวนกระวาย ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกลงไปในหลุมที่ไม่สิ้นสุด จะเรียกว่าหลุมดำก็ได้ เชื่อฉันเถอะ ว่าฉันพยายามทุกทางที่จะบรรเทาความเจ็บปวดบนบ่าของฉัน และวันหนึ่งฉันก็เขียนในบันทึกของตัวเองว่า

“ฉันล้า ฉันไปต่อไม่ได้แล้ว ชีวิตของฉันเริ่มเกินที่จะควบคุม ฉันควรลองพยายามเชื่อในพระเจ้าไหม” ฉันเติบโตในครอบครัวพุทธ ไม่มีใครรอบตัวฉันเป็นชาวคริสเตียนเลย และไม่มีใครทำให้ฉันได้พบกับพระเยซูในตอนนั้น ฉันและเพื่อนจะล้อเลียนพวกชาวคริสเตียน และท่าทางถ่อมตัวที่น่าขันของพวกเขา เราคิดว่าพวกนั้นเหมือนคนบ้าที่ต้องคอยระวังไว้ พ่อของฉันเป็นนักธุรกิจ ยึดติดอยู่กับเรื่องทางโลกอย่างโงหัวไม่ขึ้น แม่ของฉันเชื่อศาสนาทุกประเภท รวมทั้งเชื่อหมอดูด้วย แต่สิ่งที่เธอทำจริง ๆ ก็แค่ไปวัดทุกเดือน เพื่อทำบุญปล่อยนกปล่อยปลาเพื่อรับพรจากพระพุทธเจ้า ฉันร่วมสมาคมพุทธเยาวชนสมัยอยู่ม.ปลาย และไปดูหมอเหมือนที่แม่ทำ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง พระพุทธเจ้าไม่เคยช่วยฉันเมื่อยามยากได้เลย  

และวันต่อมา เมื่อคำว่าพระเจ้าปรากฏในบันทึกของฉัน เด็กผู้หญิงชื่อนันซูก็มาที่ทำงานของฉัน หลังจากคุยกันสักพัก เธอบอกว่า “นักเรียนเกาหลีที่มาใหม่ตั้งกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ขึ้นมา ส่วนใหญ่พวกเขาเป็นคู่สามีภรรยากัน คุณอยากร่วมกลุ่มไหม” โดยปกติแล้วฉันคงปฏิเสธ แต่ฉันสิ้นหวังเกินกว่าจะทำอย่างนั้น และฉันก็กำลังคิดถึงพระเจ้าอยู่ด้วย ฉันจึงไปที่กลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ ฉันมีคำถามมากมายเกี่ยวกับพระจิต ปีศาจ และเรื่องต่าง ๆ ที่ฟังเหมือนเป็นนิทานปรัมปราสำหรับฉัน แต่พวกเขาใจเย็นเหลือเกิน ฉันเหงามากเพราะเป็นนักเรียนต่างชาติคนเดียว ฉันจึงได้แต่คิดถึงการพบกันนี้ เพราะคนในกลุ่มเป็นมิตรกับฉัน

หลังจากผ่านไปสามเดือน ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนตีห้า ซึ่งฉันไม่เคยตื่นเวลานี้มาก่อน จู่ ๆ ฉันก็เข้าใจว่าบาปคืออะไร และเห็นว่าตัวเองมีบาปมากแค่ไหน ฉันเคยพูดว่า “ฉันเป็นคนดี ฉันไม่เคยตั้งใจทำร้ายใคร” แต่แล้วฉันก็คิดได้ว่าฉันเป็นคนบาป หลงตัวเอง และมีจิตใจโหดร้าย มันเหมือนกับเมื่อมีแสงส่องเข้ามา แล้วคุณก็เห็นทั้งฝุ่น ทั้งใยแมงมุมรอบตัวคุณ ซึ่งคุณไม่อาจเห็นได้ในความมืด

ตอนนั้นเป็นเวลาสองทุ่ม ในเย็นวันศุกร์ก่อนวันอีสเตอร์ ฉันขับรถไปตามถนนในเมืองบัฟฟาโล นิวยอร์ก และเห็นโบสถ์ขนาดเล็กของคนเกาหลี ประตูโบสถ์เปิดอยู่ ฉันเดินเข้าไปข้างใน มันเริ่มมืดแล้ว และไม่มีใครอยู่เลย ฉันนั่งลงบนเก้าอี้และเริ่มอธิษฐาน “พระผู้เป็นเจ้า ฉันสูญเสียการควบคุมชีวิตตัวเอง ฉันไม่รู้ว่ากำลังจะไปไหน ฉันต้องการความช่วยเหลือของพระองค์ โปรดเข้ามาควบคุมชีวิตฉันด้วยเถิด ฉันน้อมรับพระเยซูในฐานะพระผู้ช่วยให้รอดพ้นของฉัน” และฉันก็เริ่มรู้สึกสำนึกเสียใจกับบาปต่าง ๆ ที่ฉันได้ทำ ฉันรู้สึกว่ามีแสงส่องสว่างในห้อง โบสถ์นั้นมีกลิ่นที่หอมหวาน ความปิติเปี่ยมล้นขึ้นมาจากส่วนลึกในใจฉัน ฉันรู้ว่าพระเยซูทรงสัมผัสฉัน และฉันถูกช่วยให้รอดพ้นแล้ว

“ถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างขึ้นใหม่แล้ว สิ่งสารพันที่เก่า ๆ ก็ล่วงไป กลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น” (2 โครินธ์ 5:17) ฉันเปลี่ยนไปแล้ว ความรักไหลล้นออกมาจากใจฉัน ฉันยิ้มให้ผู้คน ผู้คนยิ้มกลับมาที่ฉัน ปัญหาต่าง ๆ กับแฟนของฉันหมดลง เขาจะปล่อยฉันไป ฉันถูกปลดปล่อยจากโซ่ตรวนแห่งบาป ฉันสามารถเลิกแฟนของฉัน และทิ้งความไม่เชื่อใจอย่างไร้สติที่เคยกักขังฉันไว้ ความเจ็บปวดบนบ่าของฉันหายไป ทุก ๆ เช้า ฉันจะอ่านพระคัมภีร์ อธิษฐาน และเริ่มเขียนวิทยานิพนธ์ แม้ฉันเขียนอะไรไม่ได้เลยมาหนึ่งปี ฉันเขียนทุกอย่างเสร็จในสองเดือน ราวกับมีคนอ่านให้ฉันเขียน ฉันถูกช่วยให้รอดพ้นแล้ว!

มองย้อนกลับไปตลอด 27 ปีที่ผ่านมา ฉันอัศจรรย์ใจกับพระคุณของพระผู้เป็นเจ้า ความฝันทั้งหมดของฉันเป็นจริง และพระองค์ทรงประทานความฝันและวิสัยทัศน์ใหม่ให้แก่ฉัน พระองค์ทรงประทานสามีที่ดีที่สุดมาให้ฉัน และลูกชายน่ารัก 2 คน ซึ่งสร้างความสุขให้ฉันเสมอมา ฉันต้องการศึกษาเรื่องเทววิทยา และพระผู้เป็นเจ้าทรงทำให้ฉันได้ปริญญาโทด้านศาสนศาสตร์และเทววิทยาฉันได้เป็นถึงผู้ช่วยบาทหลวง ฉันอาศัยอยู่ในบ้านหลังงามที่สุดในสหรัฐอเมริกาที่พระผู้เป็นเจ้าทรงยินยอมให้ ฉันสามารถให้การศึกษาที่ดีที่สุดแก่ลูก ๆ ฉันเป็นผู้บริหารในธุรกิจของตัวเอง ซึ่งกำลังเติบโตอย่างมั่นคง แน่นอนว่ายังต้องมีช่วงเวลาที่ยากลำบากและความท้าทายต่าง ๆ แต่พระผู้เป็นเจ้าทรงทำให้ฉันแข็งแรงยิ่งขึ้นจนฝ่าฟันมันไปได้

พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานความฝันสามอย่างแก่ฉัน ความฝันแรกคือการพัฒนาโรงเรียนของฉันให้เป็นโรงเรียนนานาชาติที่มีชื่อเสียง และเปลี่ยนบริษัทของฉันให้เป็นบริษัทพันล้าน และสร้างคริสตจักร 100 แห่งในเอเชีย ความฝันที่สองคือการได้เป็นรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี เพื่อสรรเสริญพระนามของพระผู้เป็นเจ้า เพราะการเมืองคือสิ่งที่ฉันศึกษามาตลอดชีวิต พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานวิสัยทัศน์นี้แก่ฉันในปี 1989 และแม้มันอาจดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้ เพราะฉันยังอาศัยอยู่ในอเมริกามาตลอด 13 ปีโดยไม่ได้ตั้งใจ ฉันเชื่อว่าพระองค์จะทรงบรรลุแผนการของพระองค์ ถ้าพระองค์ประสงค์พระสิริของพระองค์ ความฝันที่สามคือการเป็นบาทหลวง เดินทางเผยแพร่ความเชื่อไปทั่วโลก รักษาผู้ป่วย และพบกับพระเยซู ฉันรู้ว่าฉันทะเยอทะยานเกินไป และฉันควรมุ่งมั่นกับวิสัยทัศน์เดียวเท่านั้น ยิ่งในอายุของฉันด้วยแล้ว ถ้าฉันเลือกได้ ฉันอยากจะสรรเสริญ บูชา และพบกับพระเยซูตลอดไป เงินทองและชื่อเสียงไม่สำคัญสำหรับฉัน เว้นแต่ว่ามันจะช่วยสรรเสริญพระองค์ ทุก ๆ วัน หัวใจของฉันเต้น รอคอยของขวัญแห่งชีวิตที่พระบิดาทรงประทานให้ฉันเหมือนของขวัญในกล่องช็อกโกแลต พระองค์ช่างประเสริฐ และพระองค์ทรงรักคุณเช่นกัน



This Korean to Thai translation was provided by LA Translation. 


Professor of Politics, L.A. Institute of Interntional Studies